ยางแบบ RUN FLAT

ยาง Run Flat ชื่อนี้ หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างนะครับ แล้วยางแบบ  Run Flat นี่มันเป็นยังไงละ มันดีกว่ายางประเภทอื่นๆที่เราใช้กันทั่วไปยังไง แล้วราคามันจะแพงมั๊ย

ยาง Run Flat แปลตรงตัวได้เลยว่า ยางที่วิ่งต่อไปได้แม้ว่าจะแบนหรือปราศจากลมยาง ยางประเภทนี้เป็นยางที่มีสรรถนะสูง ซึ่งข้อดีของเจ้ายาง Run Flat ก็คือ มันได้ถูกพัฒนามาเพื่อเน้นเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลักเลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่นถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ยางเกิดเหยียบของมีคม ตะปู ระหว่างทางที่มีความเปลี่ยวในถนนเปลี่ยวๆโดยเฉพาะในเวลาตอนกลางคืนที่ไม่สมควรจะจอดรถขึ้นมา จนทำให้รถเสียลมยาง เรายังสามารถที่จะขับขี่รถต่อไปได้ โดยที่ไม่เสียการทรงตัว และไม่ทำให้ขอบล้อแม็กเสียหายอีกด้วย ซึ่งสามารถขับไปได้ อีกประมาณไม่ต่ำกว่า 80 กม. หรืออาจจะไปได้ไกลถึง 200 กม. เลยทีเดียว  เพื่อหาที่ปลอดภัยแล้วทำการเปลี่ยนยาง

แต่ข้อกำหนดในการใช้ความเร็วสำหรับการขับขี่ในกรณีที่สูญเสียลมยางนั้น เราต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. เท่านั้น นอกจากนี้แล้วยาง Run Flat ยังเป็นยางที่ช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันอีกด้วย อายุการใช้งานของยางก็นานกว่ายางทั่วไป  ซึ่งในปัจจุบันยาง Run Flat จะติดมากับรถหรูๆจากศูนย์เป็นมาตรฐานเลย

แต่ในความที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่ายางทั่วๆไป มันก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งเหมือนกันก็คือ ยางจะมีความแข็งกระด้างกว่ายางทั่วๆไป เนื่องจากโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เน้นความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ และอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ มีราคาค่อนข้างแพงนั่นเองครับ

……………………………………………………………………………

เปลี่ยนยางแค่ 2 เส้น จะต้องใส่ไว้ด้านหน้าหรือด้านหลัง

ท่านใดที่ต้องเปลี่ยน ยางรถยนต์ ใหม่ ที่ต้องการประหยัดหรืออาจมีงบในการจ่ายค่ายางไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนยางพร้อมกันทั้ง 4 ล้อ ซึ่งการเปลี่ยนยางที่เหมาะสมนั้น ควรที่จะต้องเปลี่ยนอย่างน้อย 2 เส้น หรือทีละคู่ และเมื่อซื้อยางใหม่มาแล้วหลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่ายางรถยนต์ใหม่ที่ซื้อมาเราควรที่จะต้องใส่ไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังดี ซึ่งแอดคิดว่าหลายๆคนก็ยังมีความเชื่อที่ว่าเมื่อต้องเปลี่ยนยางแค่ 2 เส้น ต้องนำยางเส้นใหม่นั้นมาใส่ไว้ที่ด้านหน้าเสมอ ด้วยเหตุผลที่ว่าเวลาเบรกจะไม่ลื่นไถลหรือเรื่องของการยึดเกาะถนน จะถูกต้องหรือไม่นั้นเรามีคำตอบให้ครับ

ตามหลักวิทยาศาสตร์และจากการทดสอบแล้ว ยางรถยนต์ใหม่ต้องนำมาใส่ไว้ที่ล้อคู่หลังเสมอครับ เพราะว่าเวลาที่เราเหยียบเบรกนั้น น้ำหนักจะถูกถ่ายเทไปยังด้านหน้า จึงทำให้ล้อคู่หน้ามีแรงกดที่เพิ่มขึ้น และมันก็จะช่วยให้ยางยึดเกาะถนนมากขึ้น เพราะน้ำหนักที่มากขึ้นนั้นเองจึงทำให้ยางเสียดสีและบดไปกับพื้นถนน

ส่วนล้อหลังนั้น แรงที่ถูกถ่ายเทไปยังข้างหน้า ก็จะทำให้ท้ายรถยกตัวขึ้น ล้อหลังก็ยกตัวหรือลอยขึ้นจากพื้นถนน ทำให้การยึดเกาะถนนน้อยลง หากเวลาที่เราเหยียบเบรกแรงๆ ก็จะเกิดอาการหน้าทิ่มท้ายยก จึงทำให้ประสิทธิภาพในการยืดเกาะถนนนั้นลดลงไป

ดังนั้น ล้อหลังจึงจำเป็นที่จะต้องการการยึดเกาะถนนมากกว่า เพราะล้อด้านหลังไม่มีน้ำหนักของเครื่องยนต์มาช่วยกดทับให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นผิวถนน เพราะเหตุนี้เองเราจึงควรใส่ยางรถยนต์คู่ใหม่ไว้ที่ล้อคู่หลังจะดีที่สุด ครับ

……………………………………………………………………

 

ไฟเบรคไม่ติด อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ

แอดเชื่อเลยว่าทุกท่านคงจะเคยเจอแบบว่า รถคันหน้า เบรค แต่ ไฟเบรค ท้ายดันไม่ติด หรือบางคันก็ติดแค่ข้างเดียว  เราก็ตกใจเบรคกันตัวโก่งกันเลยทีเดียว มันอันตรายมากแค่ไหนหาก ขับรถ ตอนกลางคืนด้วยแล้วละก้อ บอกเลยอันตรายสุดๆ

ไฟเบรค ท้าย เป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก ที่จะให้รถคันข้างหลังได้ทราบว่ารถคันข้างหน้าเบรค เพื่อชะลอรถ หรือหยุดรถ  แต่เมื่อเราเจอรถคันข้างหน้าที่เบรคแล้ว แต่ ไฟเบรค ท้ายกลับไม่ติด หรือบางคันก็ติดแค่ข้างเดียว ทำให้เห็นไม่ชัดเจน อาจจะทำให้ผู้ที่ขับรถตามหลังเกิดคว่มตกใจ และสับสนว่าจะชลอหรือหยุดรถ หรือผู้ที่ตามหลังอาจจะไม่ทันสังเกตว่า รถคันข้างหน้า ไฟเบรค ท้ายติดหรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ถ้าโชคร้ายหน่อยมันอาจถึงขั้นทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปเลยก็ได้ ซึ่งคงไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้ ไฟเบรค ท้ายไม่ติด ส่วนใหญ่ก็มาจากหลอดไฟเบรคไส้ขาด, สายกราวด์ขาดใน, อายุการใช้งานของหลอดไฟ (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) และพฤติกรรมของผู้ใช้รถ เช่น เหยียบเบรค ค้างไว้นานๆ ฉะนั้น การที่จอดรถบนพื้นที่ระดับแนวเรียบควรเข้าเกียร์ว่างแล้วนำเท้าออกจากคัน เหยียบเบรค เพียงท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟเบรคได้แล้วครับ

วิธีการตรวจเช็ค เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ โดยการหันท้ายรถเข้ากับกำแพง หรือสิ่งที่สามารถสะท้อนกลับที่เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจน  เมื่อหันเข้ากับกำแพงหรือสิ่งที่สะท้อนกลับได้แล้ว ให้ เหยียบเบรค แล้วดูว่า ไฟเบรค ท้ายติดครบทุกดวงหรือไม่ ถ้าหลอด ไฟเบรค ท้าย ขาดข้างใดข้างหนึ่ง หรือขาดทั้งสองข้าง แน่นอนครับอย่าปล่อยทิ้งไว้ควรรีบเปลี่ยนให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้ร่วมเดินทางนะครับ

=======================

 

ตาข่ายติดรถ มีไว้เพื่ออะไร

หลายๆคนคงน่าจะเคยเห็นเจ้า ตาข่ายติดกระจกรถ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะขาซิ่งต่างก็ต้องบอกว่า “ของมันต้องมี 555” เเล้วเคยสงสัยกันมั๊ยครับว่า ตาข่ายติดกระจกรถ จริงๆแล้วมันมีไว้เพื่ออะไร ติดไว้ทำไม หรือมีติดไว้ให้เท่ๆ เพื่อให้รถเราดูไม่ตกเทรนด์เฉยๆ กันน๊า…

ตาข่ายติดกระจกรถ หรือ Window Nets จริงๆแล้วอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถแข่งกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเราก็จะเห็นได้บ่อยๆก็ประเภท พวกรถแข่งรถแรลลี่ ซึ่งจะมีการติดตั้งเจ้า Window Nets ไว้ที่ตัวรถและมีการล๊อคไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำเป็นตาข่ายเเละติดไว้ที่กระจกรถก็เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไม่ให้คนขับหรือคนที่อยู่ในรถหลุดกระเด็นออกมาจากตัวรถหรือห้องโดยสารหากเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนั้นการใช้งานของ  ตาข่ายติดกระจกรถ ได้ถูกเปลี่ยนไปจากประโยชน์และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงเพราะมันกลายเป็นอุปกรณ์เสริมในการแต่งรถให้ดูสวยงาม มีหลากหลายสีให้เลือก(เพียงแค่แปะเข้าไป)ก็ทำให้มีฟินลิ่ง แก่ผู้ขับขี่  ช่วยบังแดด อะไรประมาณนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรที่จะติดกันนะครับ

================================

จุดสี เหลือง-แดง บนแก้มยางมีไว้ทำไม

บางคนอาจจะไม่เคยสังเกตหรือบางคนคงเคยเห็นเจ้าจุดกลมๆ บนแก้ม ยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง หรือ สีเหลือง ซึ่งในการเปลี่ยน ยางรถยนต์ ใหม่นั้นก็จะมีจุดกลมๆ แบบนี้อยู่บนแก้ม ยางรถยนต์ นั้นเอง แล้วเคยสงสัยกันบ้างมั๊ยครับว่าเจ้าจุดกลมๆ สีเหลือง-สีแดง มันมีไว้เพื่ออะไร มีคำตอบให้ครับ

จุดสีแดง (Uniformity mark)

ยางรถยนต์  ทุกเส้นถ้ามองด้วยตาเปล่าคงคิดว่ายางรถยนต์กลม 100% อย่างแน่นอน แต่ความเป็นจริงแล้ว ยางรถยนต์ ไม่ได้กลม 100% อย่างที่เห็น ซึ่งโดยปกติผู้ผลิตรถยนต์ก็จะบอกให้ผู้ผลิต ยางรถยนต์ มาร์คจุดนูนที่สุดของยางเพื่อประกอบกับส่วนที่เว้าที่สุดของกระทะล้อหรือแม็กซ์ ซึ่งทางด้านผู้ผลิตกระทะล้อก็ถูกให้มาร์คจุดสีแดงที่จุดเว้าที่สุดไว้เช่นกัน เพื่อลดความเว้านูนและให้แรงเหวี่ยงมีความสมดุลกัน

 

จุดสีเหลือง (Weight mark)

จะเป็นจุดที่เบาที่สุดของยาง ทั้งนี้เพราะการผลิต ยางรถยนต์ ในแต่ละล็อตนั้น  น้ำหนักของ ยางรถยนต์ อาจเท่ากันไม่หมดทุกเส้น ดังนั้นทางผู้ผลิต ยางรถยนต์ จึงได้ทำเครื่องหมายด้วยการแต้มจุดสีเหลืองเอาไว้ เพื่อให้ช่างหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับ ยางรถยนต์ ได้ทราบว่าเป็นส่วนที่มีน้ำหนักเบาที่สุดของ ยางรถยนต์ เส้นนี้นั่นเอง เมื่อเอาไปประกอบกับกระทะล้อหรือแม็กซ์ ควรให้วาล์วเติมลมตรงกับจุดสีเหลือง เพื่อให้น้ำหนักของ ยางรถยนต์ มีความสมดุลที่ดีกว่าเดิม และให้เกิดความสมมาตรามากที่สุดเวลาที่ถ่วงล้อจะได้ไม่เปลืองตะกั่วถ่วง ยางรถยนต์ มากจนเกินไป แต่เมื่อไรที่เห็นจุดสีแดงปรากฏอยู่บนแก้ม ยางรถยนต์ ก็ให้ยึดจุดสีแดงเป็นหลักและมองผ่านจุดสีเหลืองนั้นไปได้เลย

ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดสีแดงหรือจุดสีเหลืองที่โรงงานผลิต ยางรถยนต์ ได้มาร์คเอาไว้บนแก้ม ยางรถยนต์ จะอยู่ด้านในหรือด้านนอกก็ตามก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ส่วนทีต้องคำนึงนั่นก็คือ ทิศทางของดอกยางนั่นเอง ครับ

======================================

 

 

ล้อแม็ก ยางรถยนต์ สปริงโหลด แต่งรถ ประดับยนต์