ไฟเบรคไม่ติด อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ

แอดเชื่อเลยว่าทุกท่านคงจะเคยเจอแบบว่า รถคันหน้า เบรค แต่ ไฟเบรค ท้ายดันไม่ติด หรือบางคันก็ติดแค่ข้างเดียว  เราก็ตกใจเบรคกันตัวโก่งกันเลยทีเดียว มันอันตรายมากแค่ไหนหาก ขับรถ ตอนกลางคืนด้วยแล้วละก้อ บอกเลยอันตรายสุดๆ

ไฟเบรค ท้าย เป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก ที่จะให้รถคันข้างหลังได้ทราบว่ารถคันข้างหน้าเบรค เพื่อชะลอรถ หรือหยุดรถ  แต่เมื่อเราเจอรถคันข้างหน้าที่เบรคแล้ว แต่ ไฟเบรค ท้ายกลับไม่ติด หรือบางคันก็ติดแค่ข้างเดียว ทำให้เห็นไม่ชัดเจน อาจจะทำให้ผู้ที่ขับรถตามหลังเกิดคว่มตกใจ และสับสนว่าจะชลอหรือหยุดรถ หรือผู้ที่ตามหลังอาจจะไม่ทันสังเกตว่า รถคันข้างหน้า ไฟเบรค ท้ายติดหรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ถ้าโชคร้ายหน่อยมันอาจถึงขั้นทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปเลยก็ได้ ซึ่งคงไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้ ไฟเบรค ท้ายไม่ติด ส่วนใหญ่ก็มาจากหลอดไฟเบรคไส้ขาด, สายกราวด์ขาดใน, อายุการใช้งานของหลอดไฟ (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) และพฤติกรรมของผู้ใช้รถ เช่น เหยียบเบรค ค้างไว้นานๆ ฉะนั้น การที่จอดรถบนพื้นที่ระดับแนวเรียบควรเข้าเกียร์ว่างแล้วนำเท้าออกจากคัน เหยียบเบรค เพียงท่านี้ก็สามารถที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟเบรคได้แล้วครับ

วิธีการตรวจเช็ค เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ โดยการหันท้ายรถเข้ากับกำแพง หรือสิ่งที่สามารถสะท้อนกลับที่เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจน  เมื่อหันเข้ากับกำแพงหรือสิ่งที่สะท้อนกลับได้แล้ว ให้ เหยียบเบรค แล้วดูว่า ไฟเบรค ท้ายติดครบทุกดวงหรือไม่ ถ้าหลอด ไฟเบรค ท้าย ขาดข้างใดข้างหนึ่ง หรือขาดทั้งสองข้าง แน่นอนครับอย่าปล่อยทิ้งไว้ควรรีบเปลี่ยนให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้ร่วมเดินทางนะครับ

=======================

 

ตาข่ายติดรถ มีไว้เพื่ออะไร

หลายๆคนคงน่าจะเคยเห็นเจ้า ตาข่ายติดกระจกรถ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะขาซิ่งต่างก็ต้องบอกว่า “ของมันต้องมี 555” เเล้วเคยสงสัยกันมั๊ยครับว่า ตาข่ายติดกระจกรถ จริงๆแล้วมันมีไว้เพื่ออะไร ติดไว้ทำไม หรือมีติดไว้ให้เท่ๆ เพื่อให้รถเราดูไม่ตกเทรนด์เฉยๆ กันน๊า…

ตาข่ายติดกระจกรถ หรือ Window Nets จริงๆแล้วอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับรถแข่งกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเราก็จะเห็นได้บ่อยๆก็ประเภท พวกรถแข่งรถแรลลี่ ซึ่งจะมีการติดตั้งเจ้า Window Nets ไว้ที่ตัวรถและมีการล๊อคไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำเป็นตาข่ายเเละติดไว้ที่กระจกรถก็เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันไม่ให้คนขับหรือคนที่อยู่ในรถหลุดกระเด็นออกมาจากตัวรถหรือห้องโดยสารหากเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนั้นการใช้งานของ  ตาข่ายติดกระจกรถ ได้ถูกเปลี่ยนไปจากประโยชน์และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงเพราะมันกลายเป็นอุปกรณ์เสริมในการแต่งรถให้ดูสวยงาม มีหลากหลายสีให้เลือก(เพียงแค่แปะเข้าไป)ก็ทำให้มีฟินลิ่ง แก่ผู้ขับขี่  ช่วยบังแดด อะไรประมาณนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรที่จะติดกันนะครับ

================================

จุดสี เหลือง-แดง บนแก้มยางมีไว้ทำไม

บางคนอาจจะไม่เคยสังเกตหรือบางคนคงเคยเห็นเจ้าจุดกลมๆ บนแก้ม ยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง หรือ สีเหลือง ซึ่งในการเปลี่ยน ยางรถยนต์ ใหม่นั้นก็จะมีจุดกลมๆ แบบนี้อยู่บนแก้ม ยางรถยนต์ นั้นเอง แล้วเคยสงสัยกันบ้างมั๊ยครับว่าเจ้าจุดกลมๆ สีเหลือง-สีแดง มันมีไว้เพื่ออะไร มีคำตอบให้ครับ

จุดสีแดง (Uniformity mark)

ยางรถยนต์  ทุกเส้นถ้ามองด้วยตาเปล่าคงคิดว่ายางรถยนต์กลม 100% อย่างแน่นอน แต่ความเป็นจริงแล้ว ยางรถยนต์ ไม่ได้กลม 100% อย่างที่เห็น ซึ่งโดยปกติผู้ผลิตรถยนต์ก็จะบอกให้ผู้ผลิต ยางรถยนต์ มาร์คจุดนูนที่สุดของยางเพื่อประกอบกับส่วนที่เว้าที่สุดของกระทะล้อหรือแม็กซ์ ซึ่งทางด้านผู้ผลิตกระทะล้อก็ถูกให้มาร์คจุดสีแดงที่จุดเว้าที่สุดไว้เช่นกัน เพื่อลดความเว้านูนและให้แรงเหวี่ยงมีความสมดุลกัน

 

จุดสีเหลือง (Weight mark)

จะเป็นจุดที่เบาที่สุดของยาง ทั้งนี้เพราะการผลิต ยางรถยนต์ ในแต่ละล็อตนั้น  น้ำหนักของ ยางรถยนต์ อาจเท่ากันไม่หมดทุกเส้น ดังนั้นทางผู้ผลิต ยางรถยนต์ จึงได้ทำเครื่องหมายด้วยการแต้มจุดสีเหลืองเอาไว้ เพื่อให้ช่างหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับ ยางรถยนต์ ได้ทราบว่าเป็นส่วนที่มีน้ำหนักเบาที่สุดของ ยางรถยนต์ เส้นนี้นั่นเอง เมื่อเอาไปประกอบกับกระทะล้อหรือแม็กซ์ ควรให้วาล์วเติมลมตรงกับจุดสีเหลือง เพื่อให้น้ำหนักของ ยางรถยนต์ มีความสมดุลที่ดีกว่าเดิม และให้เกิดความสมมาตรามากที่สุดเวลาที่ถ่วงล้อจะได้ไม่เปลืองตะกั่วถ่วง ยางรถยนต์ มากจนเกินไป แต่เมื่อไรที่เห็นจุดสีแดงปรากฏอยู่บนแก้ม ยางรถยนต์ ก็ให้ยึดจุดสีแดงเป็นหลักและมองผ่านจุดสีเหลืองนั้นไปได้เลย

ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดสีแดงหรือจุดสีเหลืองที่โรงงานผลิต ยางรถยนต์ ได้มาร์คเอาไว้บนแก้ม ยางรถยนต์ จะอยู่ด้านในหรือด้านนอกก็ตามก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ส่วนทีต้องคำนึงนั่นก็คือ ทิศทางของดอกยางนั่นเอง ครับ

======================================

 

 

ยางรถยนต์ระเบิด เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

เมื่อ ยางรถยนต์ เกิดระเบิดขึ้น ในขณะที่กำลังขับรถอยู่ ไม่ว่าเป็นยางล้อหน้า หรือล้อหลังก็ตาม สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ ตั้งสติ และควบคุมสติให้ดีนะครับ  มือทั้งสองข้างต้องจับพวงมาลัยให้แน่น แล้วค่อยๆ ถอนคันเร่งออก พยายามประคองพวงมาลัยให้รถอยู่บนเส้นทาง จากนั้นมองกระจกหลัง และกระจกมองข้างว่ามีรถตามหลังมามากน้อยแค่ไหน ค่อยๆแตะเบรกอย่างเบาๆ และเรื่อยๆ

และสิ่งที่ห้ามทำในขณะที่ ยางระเบิด อยู่ คือ ห้ามกระทืบเบรกแรงๆ โดยทันทีเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้รถของคุณหมุนได้   ห้ามเหยียบคลัตช์ เพราะถ้าหากคุณเหยียบคลัตช์แล้วละก็ รถจะไม่เกาะถนน ทำให้รถเกิดการลอยตัว และบังคับรถยากอีกขึ้นไปอีก และ สุดท้าย ห้ามดึงเบรกมือเด็ดขาด

สำหรับ สาเหตุที่ทำให้ ยางระเบิด นั่นสามารถเกิดได้จากอะไรกันบ้างนั้นเราไปดูกันครับ

1.ยางรถยนต์ ที่ใช้อยู่นั้นมีสภาพที่เก่าเก็บ และหมดอายุการใช้งาน ซึ่งแก้มยางมีรอยแตกลายงา บวม ฉีกขาด ดอกยางหมดสภาพ เป็นต้น

2.ขับรถเร็วเกินพิกัดยางที่ได้กำหนดไว้

3.บรรทุกของจนน้ำหนักเกินค่าที่กำหนดไว้

4.เติมลมยางไม่ถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เติมลมยางอ่อนเกินไป หรือเติมลมยางมากเกินไป

5.เปลี่ยน ยางรถยนต์ ใหม่ แต่ใช้จุ๊ยยางอันเดิม

6.แก้มยางเกิดการเสียดสีกับขอบถนนบ่อยครั้ง

7.เลือก ยางรถยนต์ ไม่ถูกขนาด

8.ยางรถยนต์ ร้อนจัด เนื่องจากเบรกติดขัด กรณีนี้อาจทำให้เกิดไฟไหม้ที่ล้อและยางได้

ยังไงแล้วก็ต้องหมั่นตรวจตราก่อนออกเดินทางและระมัดระวังการขับขี่จะดีที่สุดนะครับ

 

#tip ความรู้เรื่องรถ by KPS ACCESSORIES

……………………………………………………………………………

ล้อแม็กเอเพ็กซ์ใหม่ APW.1

ยางรถ ไซหลุน
ยางไซหลุน

จำเป็นหรือไม่เมื่อสลับยางแล้วต้องตั้งศูนย์ถ่วงล้อ

คงจะเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนคงจะ หาคำตอบกันอยู่นะครับ ว่าหลังจากการที่เรา สลับยางรถยนต์ ทุกครั้งเราควรที่จะ ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ หรือไม่ แล้วถ้าต้อง ถ่วงล้อ ต้องถ่วงทั้ง 4 ล้อเลยหรือป่าว

ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่านะครับ เมื่อเรา เปลี่ยนยาง มาแล้ว หลังจากที่วิ่งไปครบ 10,000 กม. แล้วเราต้องนำรถไป สลับยาง เพื่อที่จะให้ล้อทั้งคู่หน้า และ หลัง มีหน้ายางที่สึกเท่าๆกัน ให้มีการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้อีกด้วย

แล้วถ้าเราใช้งานครบตามระยะทางที่กำหนดแล้ว แต่ไม่ สลับยาง  นั่นก็อาจจะทำให้การสึกของหน้ายางในแต่ละล้อมีไม่เท่ากัน อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพใน การยึดเกาะถนน นั้นลดลง

แต่คำถามที่หลายๆคนคงยังสงสัยอยู่ก็คือ จำเป็นหรือไม่ที่เราต้อง ตั้งศูนย์ ถ่วงล้อ หลังการ สลับยาง คำตอบก็คือ เราต้อง ถ่วงล้อ ครับ เพราะว่าด้วยการสึกของล้อที่มีไม่เท่ากันของยางทั้งคู่หน้าและหลัง ทำให้เสถียรภาพของรถขาดความสมดุล เราจึงจำเป็นต้อง ถ่วงล้อ ถ้าเป็นไปได้มีงบประมาณควรถ่วงทั้ง 4 ล้อจะดีที่สุด  ส่วนการ ตั้งศูนย์ นั้น จะทำก็ต่อเมื่อ รถผ่านการซ่อมช่วงล่าง หรือมีการเปลี่ยนยางใหม่แบบยกชุดมา และรู้สึกว่ารถวิ่งไม่ตรง เวลาเราปล่อยพวงมาลัยเท่านั้น ครับ

#tip ความรู้เรื่องรถ by KPS ACCESSORIES

……………………………………………………………

ล้อแม็ก ยางรถยนต์ สปริงโหลด แต่งรถ ประดับยนต์