ห้องเครื่องยนต์ จำเป็นต้องล้างหรือไม่

การล้าง ห้องเครื่องยนต์ ให้สะอาดเอี่ยมอ่องนั้น โดยการเอาน้ำไปอัดฉีดตรงๆไปที่ ห้องเครื่องยนต์  จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ผิด เพราะเนื่องจากจะส่งผลต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถยนต์ได้ง่าย และยังทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีด้วยซ้ำไป แล้วยิ่งเครื่องยนต์สมัยนี้มีการนำเอาระบบไฟฟ้า, ระบบจุดระเบิด และหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ามามีส่วนสำคัญเกือบทั้งหมดในการทำงานและระบบเหล่านี้ค่อนข้างจะมีความ Sensitive ต่อความชื้นได้ง่าย

นอกจากนี้ถ้ายังใช้น้ำอัดฉีดเข้าไปที่ ห้องเครื่องยนต์ เพื่อหวังว่าให้ ห้องเครื่องยนต์ สะอาดเอี่ยม ไร้ฝุ่น ไร้คราบโคลนที่กระเด็นมาเกาะแล้วล่ะก็คุณคิดผิด เพราะเนื่องจากความแรงของน้ำที่อัดฉีดเข้าไปยัง ห้องเครื่องยนต์ นอกจากจะทำให้เกิดความชื้นแล้ว อาจส่งผลให้สายไฟ หรือปลั๊กต่างๆ ของเครื่องยนต์เปื่อย หลุด ขาด พังได้อย่างง่ายดาย

หากคุณอยากจะให้ ห้องเครื่องยนต์ ของคุณสะอาดเหมือนใหม่ ก็ควรที่จะเลือกร้านคาร์แคร์หรือศูนย์รถยนต์ที่ได้รับมาตรฐาน มีคุณภาพ มีความรู้และมีวิธีการทำความสะอาด ห้องเครื่องยนต์ ที่ถูกต้องและถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นภายใน ห้องเครื่องยนต์ ของคุณ

แต่ถ้าคุณไม่อยากเข้าร้านคาร์แคร์ก็ สามารถใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดไปที่คราบสกปรก แทนที่จะเอาน้ำอัดฉีดไปที่ ห้องเครื่องยนต์ แทน  แต่ถ้าคราบสกปรกติดแน่นก็สามารถใช้แชมพูทำความสะอาดได้ หรือผลิตภัณฑ์หรือน้ำยาทำความสะอาดสำหรับส่วนของ ห้องเครื่องยนต์ โดยเฉพาะ จากนั้นก็ใช้แปรงค่อยๆ ถู และควร ระวังปลั๊กหรือสายไฟ ที่เราอาจจะไปโดนหรือไปเกี่ยว แล้วทำให้สายไฟหลุดหรือขาดได้ จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดออก แล้วใช้ลมเป่าให้แห้งเพื่อไล่ความชื้นออกให้หมด นะครับ

#tipความรู้เรื่องรถทุกวันศุกร์ by KPS ACCESSORIES

……………………………………………………………….

 

Car Seat สิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก ที่ต้องมีในรถ

Car Seat หรือเรียกอีกอย่างว่า เบาะนิรภัย สำหรับเด็กนั่นเอง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าผู้ใหญ่ต่างไม่ค่อยให้ความสำคัญ หรือมองข้ามไป ชอบคิดว่าไม่เห็นจะเป็นอะไร แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วล่ะก็ ลูกของคุณอาจจะได้รับบาดเจ็บ หรือขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้ ถ้าเรื่องนี้คุณไม่คิดจะป้องกันมันจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตแน่นอน

Car Seat เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับเด็กที่จะช่วยยึดรั้งสรีระเอาไว้ไม่ให้พุ่งไปข้างหน้าเวลาที่เกิดอุบัติเหตุการชน หรือมีการเบรกอย่างกะทันหัน จนกระแทกกับชิ้นส่วนต่างๆที่เป็นของแข็งภายในรถ บางรายอาจได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่ก็ควรคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามกฎหมายบังคับ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็ไม่ต่างกับเด็กเล็กๆที่ไม่ได้นั่ง Car Seat ซึ่งนั้นก็หมายถึงการนำไปสู่การบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เหมือนกัน

การเลือก เบาะนิรภัย สำหรับเด็กถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับอายุ ขนาด และน้ำหนักตัวของเด็ก ซึ่งก็มีอยู่ 4 แบบ ดังนี้

แบบที่1 คือ Infant Carrier Seats ซึ่งเป็นเบาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนไปถึงอายุ 6 เดือน มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ 9.09 กิโลกรัม หรือ 20 ปอนด์ และสูงประมาณ 26 นิ้ว

แบบที่ 2 คือ Rear-Facing Convertible Seats เบาะนิรภัยสำหรับเด็กที่มีอายุ 6 เดือนจนถึง 1 ปี มีน้ำหนักไม่เกิน 13.6 กิโลกรัม หรือ 30 ปอนด์

แบบที่ 3 เรียกว่า Forward Facing Seat หรือ Toddle Booster Seat เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักไม่เกิน 40 ปอนด์ หรือ 18.8 กิโลกรัม

แบบที่4 คือ Booster Seat หรือเบาะนั่งเสริม มีทั้งรูปแบบที่เป็นเบาะที่มีรองและพนักพิงหลัง ซึ่งเรียกว่า High Back Booster จะใช้กับเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-11 ปี มีความสูง 150 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตามควรเลือก Car Seat ให้เหมาะสมกับวัย รวมไปถึงการติดตั้งให้ถูกต้องด้วย

เสียบปลั๊กพ่วง USB ไว้ในรถนานๆจะมีผลเสียอะไร

ทุกวันนี้ คงจะปฎิเสธกันไม่ได้ กับอุปกรณ์พ่วงพอร์ต USB ที่เชื่อว่าทุกท่านต้องมีติดไว้ในรถ  ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้ต้องใช้กำลังไฟจากการเสียบเข้ากับช่องจุดบุหรีจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งมันก็มีขายมากมายตามท้องตลาด บางอันมีพอร์ต USB ให้ใช้ 2 หรือ 3 ช่อง กันเลยทีเดียวและ กำลังของกระเเสไฟที่ใช้ก็มีแตกต่างกันออกไปมีให้เลือกตามความต้องการของผู้ซื้อ เเละตัวพ่วง USB เหล่านี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากคนส่วนใหญ่มักนิยมใช้ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ขณะขับรถ เพราะได้กำลังไฟที่มากกว่าการเสียบ USB จากพอร์ตที่มากับตัวรถ

นอกจากใช้เสียบชาร์จโทรศัพท์มือถือเเล้วยังมีอุปกรณ์อย่างอื่นที่เรามักใช้ตัวพ่วง USB กับช่องจุดบุหรี่อีกเช่น กล้องติดรถยนต์, ตัวรับสัญญาณ Bluetooth เป็นต้น  ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ล้วนเเล้วแต่ใช้กำลังไฟจากรถทั้งสิ้น การเสียบอุปกรณ์เหล่านี้ทิ้งไว้เป็นเวลานานทั้งในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานเเละดับเครื่อง หรือเสียบไว้ไว้ตลอดเวลานั้นแหละครับ เเล้วแบบนี้มันจะเกิดผลเสียหรือผลกระทบอะไรบ้างกับรถของคุณๆละ

-รถยนต์บางรุ่นถึงจะดับเครื่องยนต์เเล้ว แต่ยังมีกระเเสไฟภายในที่ยังคงจ่ายอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าหากไม่ถอดตัวพ่วง USB ออกขณะจอด ดับเครื่องยนต์อุปกรณ์เหล่านี้ยังมีกำลังไฟฟ้าทำงานตลอดเวลา ทำให้แบตเตอรี่รถหมดเร็วกว่าปกติ

-หากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อคาตัวพ่วง USB มากๆ ขณะจอดรถกลางแดดทิ้งไว้นานๆ อุปกรณ์เหล่านี้อาจเกิดการเสียหายจากอากาศในรถที่ร้อนจัด เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ กำลังไฟจะจ่ายไฟเข้าอุปกรณ์เหล่านั้น ซึ่งแน่นอนมันก็อาจจะทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นเสียหายได้

-รถยนต์บางคันที่แบตเตอรี่เริ่มมีปัญหาหรือเสื่อมสภาพ หากเสียบอุปกรณ์เหล่านี้ในพอร์ต USB มากเกินไปอาจทำให้กระเเสไฟไม่พอสตาร์ทเครื่องยนต์เนื่องจากกระแสไฟจะแบ่งพลังงานไปยังอุปกรณ์นั้นๆ

หากเป็นไปได้ก็ไม่ควรเสียบตัวพ่วง USB คาไว้ที่ช่องจุดบุหรี่ในรถตลอดเวลา อย่างน้อยก็ควรหมั่นถอดออกทุกครั้งเมื่อดับเครื่องยนต์หรือไม่มีความจำเป็นในการใช้งานเพื่อป้องกันความเสียหายและความเสี่ยงต่างๆทีกล่าวมาข้างต้น เเละควรที่จะเลือกซื้อตัวพ่วง USB ที่มีฟิวส์ตัดไฟในตัวเพื่อความปลอดภัยในกรณีที่อาจเกิดกระเเสไฟลัดวงจร

#tip ความรู้เรื่องรถ ทุกวันศุกร์ by KPS ACCESSORIES

ยางรถ ไซหลุน sva1

ยางรถ ไซหลุน sh406ยางรถ Atrezzo Sailun

5 เทคนิค การเลือกซื้อใส้กรองอากาศรถยนต์

ไส้กรองอากาศ รถยนต์ อุปกรณ์ที่คอยกรอง ดักจับ สิ่งสกปรก ฝุ่นละออง ต่างๆนาๆ ไม่ให้เข้าไปรบกวนการทำงานหรือส่งผลเสียกับ เครื่องยนต์ ซึ่ง การเลือก ไส้กรองมาใส่ให้กับรถของเรานั้น สามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง เรามีเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อ มาบอกต่อกันคับ

1.ไส้กรองที่ดี อากาศต้องไหลผ่านได้สะดวก ไม่ตันได้ง่ายๆ การขับขี่ไหลลื่น อัตราการเร่งของเครื่องยนต์ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่ปล่อยมลพิษในอากาศเช่นควันดำ และต้องมีอัตราการกินน้ำมันแบบไม่เปลือง

2.วัสดุดีมีความแข็งแรง คงทน ดูแล้วไม่พังแตกหรือหักง่ายๆ

3.ควรเลือกอย่างไส้กรองแบบผ้า,ใยสังเคราะห์ หรือสแตนเลส เนื่องจากไส้กรองประเภทนี้ จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบบกระดาษ ซึ่งบางทีอาจจะใช้ได้ถึง 100,000 ก.ม. เลยทีเดียว ส่วนไส้กรองที่ใช้วัสดุเป็นกระดาษจะมีระยะการใช้งานที่สั้นเพียงแค่ไม่เกิน 20,000 ก.ม. เท่านั้น

4.เลือกแบบที่ดักจับ กรองฝุ่น หรือสิ่งสกปรกได้ดี ไส้กรองที่ดีควรมีคุณสมบัติแบบที่กล่าวมานี้ เพราะถ้ามีฝุ่นละอองหลุดลอดเข้าไปได้ แน่นอนว่าอาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ เพราะถ้ามีฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ที่ตัวเครื่องมากๆ นานๆเข้า แบบนี้เครื่องยนต์พังเร็วแน่นอน

5.ถอดทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก เพราะถ้าถอดมาล้างได้บ่อยๆ ก็สามารถยืดอายุการใช้งานให้ได้ยาวนานขึ้นอีก

ยางรถ Atrezzo Sailun

6 กลิ่นผิดปกติ ภายในรถ

ใครเคยเจอบ้างครับ เมื่อขับรถของคุณแล้วอยู่ๆก็ได้  กลิ่นผิดปกติในรถ ยกตัวอย่างเช่น  กลิ่นเหม็นไหม้, กลิ่นน้ำมัน เป็นต้น  สิ่งแรกเลยที่ควรทำ คือหยุดรถแล้วเช็คดูให้แน่ใจว่า มีอุปกรณ์ตรงส่วนไหนของรถชำรุดหรือได้รับความเสียหายหรือไม่  แต่นอกจาก กลิ่นเหม็นไหม้ และ กลิ่นน้ำมัน แล้ว ยังมีกลิ่นอื่นๆอีกที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอันตรายและนั้นแสดงว่ารถของคุณกำลังมีปัญหาเข้าแล้ว ส่วนลักษณะของกลิ่นเหล่านั้นเกิดจากอะไรและจะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันครับ

-กลิ่นเหม็นไหม้ – กลิ่นพื้นฐานที่น่าจะมีการพบเจอได้บ่อยๆ กลิ่นเหม็นไหม้ เป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่า สายพาน ท่อยาง หรือล้อยางรถ อาจมีปัญหาหรือถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว

-กลิ่นน้ำมัน – ถ้าได้กลิ่นนี้ ให้สันนิษฐานได้เลยว่า อาจมีน้ำมันรั่วซึม จากอุปกรณ์ เช่น หัวฉีด สายน้ำมัน รวมไปถึงถังน้ำมัน

-กลิ่มพรมไหม้ – ลักษณะเหมือนการเผาผ้า กลิ่นนี้ บ่งบอกว่า ผ้าเบรค รวมไปถึง ระบบเบรคกำลังมีปัญหา

-กลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมัน – สันนิษฐานได้ว่า เครื่องยนต์ทำงานหนักมากเกินไป เกจ์วัดความร้อนชำรุด หรือน้ำมันเครื่องรั่วออกจากระบบท่อไอเสีย

-กลิ่นไข่เน่า – ลักษณะเหมือนกลิ่นแก๊ส กลิ่นลักษณะนี้บ่งบอกถึง ระบบระบบฟอกไอเสีย (Catalytic converter) ในรถของท่าน ทำงานหนักมากไป หรือมีการรั่วซึมเกิดขึ้น

-กลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำเชื่อม – กลิ่นลักษณะนี้บอกถึง ระบบหล่อเย็นมีปัญหา อาจเกิดการรั่วซึมในส่วนของ ถังพักน้ำมันหล่อเย็น

เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วหากเกิดกลิ่นที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็อย่าชล่าใจควรนำรถเข้าตรวจเช็ค เพื่อความปลอดภัยนะครับ

#tipความรู้เรื่องรถ ทุกวันศุกร์ by KPS ACESSORIES

…………………………………………………………………….

ล้อแม็ก ยางรถยนต์ สปริงโหลด แต่งรถ ประดับยนต์