ก่อนดับเครื่องยนต์ ต้องปิดแอร์ก่อนหรือไม่

เชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัยกันอยู่นะครับ เรื่องแอร์รถยนต์ ที่จริงแล้ว เราควร ปิดแอร์ ก่อน หรือปิดแอร์ หลังจากดับเครื่องยนต์ แล้วแบบไหนถึงจะถูกต้องละ เรามีคำตอบให้ครับ

การที่เราจะ ปิดแอร์ ก่อน หรือ หลังดับเครื่องยนต์ นั้นจริงๆแล้วไม่มีแบบไหนผิดหรือถูก แต่ถ้าจะให้ดีหรือช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานๆนั้น  สำหรับรถยนต์รุ่นเก่าที่ใช้ระบบแอร์ธรรมดา แนะนำให้ ปิดแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์ ทุกครั้ง และ ตอนสตาร์ทเครื่องยนต์ ก็ไม่ควรให้สตาร์เตอร์ออกแรงขับคอมเพรสเซอร์พร้อมกัน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ไม่ควรสตาร์ทรถพร้อมเปิดแอร์ พร้อมๆกันนั้นเอง

ส่วนรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ใช้ระบบแอร์อัตโนมัติ จะเปิดทิ้งไว้หรือปิดก็ได้ เพราะรถยนต์รุ่นใหม่มีระบบแอร์อัตโนมัติควบคุมให้คอมเพรสเซอร์ทำงานเมื่อเครื่องยนต์หมุนเร็วพอ ถึงจะมีการเปิดสวิตซ์แอร์ไว้หรือไม่ก็ตาม ตอนติดเครื่องยนต์คอมเพรสเซอร์ก็จะไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นการที่เปิดสวิตซ์แอร์ทิ้งไว้ก็ไม่ได้เกิดผลเสียอะไร

แต่ในขณะที่กำลังขับรถอยู่โดยที่ยังไม่ได้เปิดแอร์  จู่ๆ อยากจะเปิดแอร์ขึ้นมา ก็ไม่ควรเปิดตอนที่เครื่องยนต์หมุนด้วยความเร็วสูง เนื่องจากน้ำมันหล่อลื่นจะไหลลงด้านล่างไปหมดแล้วแนะนำให้จอดรถหรือชลออัตราความเร็วของเครื่องยนต์ และควรให้คอมเพรสเซอร์เริ่มทำงานก่อน ที่ความเร็วรอบต่ำประมาณ 10-15 วินาที

#tipความรู้เรื่องรถทุกวันศุกร์  by KPS ACCESSORIES

=================================

อาการ เบรค FADE คืออะไร

อาการ เบรค Fade เชื่อว่าหลายๆคนที่ใช้รถเป็นประจำ อาจจะยังไม่รู้จักกับอาการนี้นะครับ   แล้วมันเป็นยังไงละกับอาการแบบนี้ เรามีคำตอบให้ครับ

อาการ เบรค Fade มันก็คืออาการที่เราเรียกว่า เบรคหาย นั่นเองละครับ ส่วนอาการนั้นก็อาจเกิดจาก เบรค ทำงานหนัก หรือมีการเหยียบ เบรค อย่างรุนแรงมากเกินไปจนทำให้ จานเบรค รวมไปถึงผ้าเบรคร้อน เป็นสาเหตุให้เกิดก๊าซขึ้น ซึ่งก๊าซที่ว่านั้นมันก็จะเข้าไปแทรกระหว่างตัวจานกับผ้าเบรค ทำให้การสัมผัสของจารกับผ้าเบรคไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนใหญ่แล้วอาการนี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายหากเพิ่งผ่านการเปลี่ยนผ้าเบรคมาใหม่ๆ เพราะผ้าเบรคใหม่จะเกิดก๊าซได้ง่าย และเกิดความร้อนสูงสะสมในระบบเบรคนั้นเอง

วิธีแก้ก็คือ ต้องทำให้ความร้อนที่สะสมนั้นเย็นลง หรืออาจจะต้องเปลี่ยนจานเบรค ที่ออกแบบมาเพื่อการระบายความร้อนได้ดี และเร็ว หรือการใช้ผ้าเบรคที่ผสมแร่ใยหินแบบพิเศษ ที่มีคุณสมบัติลดก๊าซซึ่งวิธีแก้เหล่านี้ ก็สามารถที่จะช่วยได้เช่นกัน

ข้อดี-ข้อเสีย เมื่อติด เทอร์โบ

อยากเสริมความแรง แน่นอน การติด Turbo ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่หลายๆคนนิยมกัน โดยเฉพาะสำหรับวงการ รถยนต์ แต่งซิ่ง บ้านเรา แต่ว่านอกจากเรื่องของความแรงที่เป็นข้อดีแล้วในส่วนอื่นข้อเสียละมีหรือไม่ เรามีคำตอบให้ครับ

เทอร์โบ (TURBO)  ก็คือ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เพิ่มความแรงให้กับเครื่องยนต์ด้วยการอัดอากาศเข้าไปในห้อง เครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้มีการเผาใหม้มากขึ้น และดีกว่าเดิม ซึ่งก็จะส่งผลไปถึงแรงม้าที่เพิ่มขึ้นมาด้วยและ การส่งกำลังให้กับตัวรถก็จะมาเร็วขึ้น กว่ารถปกติธรรมดาที่ไม่มี เทอร์โบ โดยส่วนใหญ่มักจะนิยมติดกันในรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล แต่ในส่วนของ เครื่องยนต์เบนซิน ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง

สำหรับบข้อดีและข้อเสียนั้นแบ่งเป็นได้ดังนี้

ข้อดี เมื่อติด Turbo

1.ช่วยให้เครื่องยนต์แรงขึ้น การรีดแรงม้าดีขึ้น ทำให้อัตราการเร่งดีมีการตอบสนองทันใจ

2.ช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันมากกว่าถ้าเปรียบเทียบในรถรุ่นเดียวกัน  จึงทำให้อัตราการกินน้ำมันน้อยกว่าในรถรุ่นเดียวกันที่ไม่มี เทอร์โบ แต่ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักและตัวแปรอื่นๆของตัวรถด้วย

3.ช่วยลดมลพิษในอากาศ

ข้อเสีย เมื่อติด Turbo

1.การดูแลจะต้องมีมากกว่ารถปกติที่ใช้เครื่องยนต์ทั่วไป อีกทั้งควรจะใช้น้ำมันเครื่องที่ดี เพื่อช่วยการปกป้องเครื่องยนต์ ให้ใช้งานได้นาน

2.หากทำได้ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อยหน่อยก็จะดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ด้วย

3.เมื่อมีความแรงที่มีมากขึ้น แล้วความไวของคันเร่งก็มากขึ้นเช่นดัน เพราะฉะนั้นการควบคุมรถหรือการเหยียบคันเร่งก็ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

เมื่อได้ความแรงมาแล้ว สิ่งสำคัญก็คือความไม่ประมาท นะครับ

ทำไม! ถึงเรียกว่า”ล้อแม็ก”

แน่นอนครับ  สำหรับท่านที่ต้องการจะแต่งรถ ล้อแม็ก มักจะเป็นของแต่งรถอันดับต้นๆ ที่ทุกท่านต้องหามาครอบครองก่อนเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้  แต่เอ…ทำไมเค้าถึงเรียกว่า “ล้อแม็ก” กันละ เคยสงสัยกันมั๊ยครับ ถ้ายังสงสัยกันอยู่ เรามีคำตอบให้ครับ

 ล้อแม็ก (mag wheel) ที่เราเรียกกันจนติดปากมาอย่างยาวนานนั้น แท้จริงแล้วก็ย่อมาจาก ล้อแม็กนีเซียมอัลลอย (magnesium alloy wheel) นั่นเอง อธิบายให้เข้าใจก็คือ ล้อแม็กรถที่เราใช้กันอยู่ ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัสดุ แม็กนีเซียมอัลลอย ซึ่งจะมีลักษณะและคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าล้อแบบ กระทะเหล็ก เดิมๆ ที่ติดรถมาคือ จะมีน้ำหนักที่เบากว่า สามารถเลือกขนาดได้ตามใจชอบ และยังช่วยลดปัญหาเรื่องความร้อนสะสมในวงล้อ ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาสะสมเกี่ยวกับระบบเบรคได้ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความสวยงามของตัวล้อที่แตกต่างจากล้อกะทะเดิมๆจากโรงงานที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหล็ก ล้อแม็ก ถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีการหลอมในขั้นตอนเดียวของวัสดุแม็กนีเซียมอัลลอย ที่ถูกขึ้นรูปด้วยแบบ หรือที่เรียกกันว่า โม จนเกิดขึ้นเป็นล้อแม็ก ลายต่างๆที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบหลายลายกันเลยทีเดียว

แต่ในปัจจุบันนอกจากจะมีการผลิตด้วย แม็กนีเซียมอัลลอย แล้วก็ยังมีการนำวัสดุชนิดใหม่มาทำเป็นล้อแม็ก แทนที่ แม็กนีเซียมอัลลอย ด้วยนั่นก็คือ อลูมิเนียม  แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่มี แม็กนีเซียมอัลลอย เป็นส่วนผสมก็ตาม มันก็ยังคงจะถูกเรียกว่า ล้อแม็ก กันเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ยางรถยนต์ที่ผลิตมานานกว่า 6 ปี ปลอดภัยจริงหรือไม่

ยางรถยนต์ เป็นอุปกรณ์ส่วนที่สำคัญอันดับแรกๆของรถยนต์ ที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักรถยนต์ และใช้ในการขับเคลื่อนให้รถยนต์วิ่งไปได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย นะครับ ซึ่ง ยางรถยนต์  จะมีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะเนื่องจาก ยางรถยนต์ ทำมาจากยางธรรมชาติผสมกับยางสังเคราะห์ ผงคาร์บอน น้ำมัน สารเคมี และอื่นๆเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงและชั้นของผ้าใบที่มาจากเส้นด้ายไนลอน หรือโพลีเอสเตอร์ และเส้นลวดเหล็ก เป็นต้น

ถึงแม้ว่า ยางรถยนต์ จะทนทานสภาพดินฟ้าอากาศซักแค่ไหน หรือ ยางรถยนต์ ที่ไม่เคยได้ผ่านการใช้งานเลยก็ตามแต่ เมื่อมีการเก็บ ยางรถยนต์ ไว้เป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ น้ำมันในเนื้อยางจะแห้ง และตัวยางจะสูญเสียความยืดหยุ่น เนื่องจาก ยางรถยนต์ ที่ดี จะต้องมีการยึดเกาะถนนอย่างมั่นคง การที่ ยางรถยนต์ สูญเสียความยืดหยุ่นแล้ว ยางรถยนต์ จะไม่สามารถยืดเกาะถนนได้ ดังนั้นก็ควรที่จะต้องเปลี่ยน ยางรถยนต์ เส้นใหม่กันละครับ

อย่างไรก็ตาม ถ้า ยางรถยนต์ ของคุณเริ่มมีสภาพที่เสื่อมแล้ว หรือต้องการอยากจะเปลี่ยน ใหม่ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ควรเช็คหรือตรวจสอบวันที่ผลิตให้ดีก่อนจะตัดสินใจซื้อ ซึ่ง ยางรถยนต์ จะมีอายุการใช้งาน โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ประมาณ 3-5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานและการขับขี่ของแต่ละคนด้วยนะครับ

ล้อแม็ก ยางรถยนต์ สปริงโหลด แต่งรถ ประดับยนต์